EVAPORATIVE COOLING

การใช้หลักการทางธรรมชาติในการปรับอากาศ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยทำให้รู้สึกสบายและมีการใช้พลังงานน้อย  คือ  โดยใช้หลักการวิธีการระเหยของน้ำ (Evaporative Cooling)  วีธีการทำความเย็นแบบนี้สามารถให้ประสิทธิภาพได้ดีระดับหนึ่ง  ในการแก้ปัญหาสภาวะอากาศร้อนทำให้เกิดความรู้สึกที่สบาย  เช่น  การอยู่ใกล้แม่น้ำอยู่ใกล้น้ำตก  ซึ่งเมื่ออยู่ในบริเวณแหล่งน้ำจะรู้สึกสดชื้นและมีอุณหภูมิต่ำ  ซึ่งบรรยากาศในบริเวณดังกล่าเหมาะกับการพักผ่อนและรู้สึกสบาย

ประโยชน์ในการใช้งานระบบปรับอากาศแบบวิธีการระเหยของน้ำ  (Evaporative Cooling)  นั้นสามารถนำมาประยุกต์ใช้งานได้มากมายแตกต่างกันออกไปมีความคุ้มค่าในการปรับอากาศใช้พลังงานน้อย   มีความสามารถในการใช้งานให้เกิดประโยชน์มากมาย  เช่น  ใช้ในการปรับอากาศ หรือลดอุณหภูมิภายนอกอาคาร  ช่วยระบายความร้อน กับเครื่องจักรต่าง ๆ   ใช้ในโรงเรือนเกษตรกรรม  เป็นต้น

 

หลักการทำงานระบบปรับอากาศแบบวิธีการระเหยของน้ำ  (Evaporative Cooling)

เป็นหลักการวิธีทางธรรมชาติที่ใช้น้ำในการลดอุณหภูมิของอากาศร้อน  หลักการคือ  การแบ่งอนุภาคของน้ำให้มีขนาดเล็ก  มีพื้นที่ผิวมาก  เมื่ออากาศร้อนผ่านพื้นผิวน้ำ อากาศร้อนส่วนหนึ่งจะถูกน้ำที่อุณหภูมิต่ำกว่าดูดความร้อน (Latent Heat) และน้ำบางส่วนได้รับความร้อนกลายเป็นไอ ผลที่ได้ คือ อากาศร้อนอุณหภูมิจะลดลงแต่มีปริมาณไอน้ำในอากาศเพิ่มมากขึ้นและน้ำบางส่วนมีอนุภาคเล็กมากทียังไม่เปลี่ยนสถานะเมื่อสัมผัสความร้อนจะเปลี่ยนเป็นไอได้รวดเร็ว เปรียบเหมือนสภาวะของบริเวณแหล่งน้ำจะรู้สึกเย็น น้ำบริเวณพื้นที่นั้นจะระเหยกลายเป็นไอโดยที่น้ำระเหยจะดึงความร้อนบริเวณใกล้เคียงไปด้วย   จึงทำให้บริเวณนั้นมีอุณหภูมิต่ำกว่าบรรยากาศใกล้เคียงกันที่ไม่มีแหล่งน้ำ

 

การใช้แผ่นระเหย (Evaporative Cooling Pad)

จะใช้หลักการเหมือนหลักการมาที่น้ำแต่วัสดุที่ให้น้ำไหลผ่านจะเป็นวัสดุพิเศษ เรียกว่า แผ่นระเหยน้ำ ทำจากใบกระดาษออกแบบให้มีความเป็นโพรงและซึมซับน้ำ จึงรอในการแบ่งอนุภาคน้ำให้มีขนาดเล็กและอากาศสามารถผ่านในแผ่นระเหยน้ำได้จึงช่วยในการเพิ่มพื้นที่การแลกเปลี่ยนความร้อนและน้ำสามารถระเหยได้ดี ส่งผลให้อากาศร้อนมีอุณหภูมิลดลงมา

 


 

EVAPORATIVE PRE-COOLER FOR ENERGY SAVING

 


ระบบ Evaporative Pre-cooler ช่วยประหยัดพลังงานไฟฟ้าเนื่องจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนของเครื่องควบแน่น ทำให้อุณหภูมิของสารทำความเย็นที่ออกจากเครื่องควบแน่นลดลง ความดันของสารทำความเย็นจึงลดลงด้วย ส่งผลให้คอมเพรสเซอร์ใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยลง แต่ได้ความเย็นเพิ่มขึ้น อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าต่อภาระการทำความเย็นจึงลดลงจากเดิมเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องปรับอากาศที่ไม่ได้ใช้ระบบ Evaporative Pre-cooler นอกจากนี้ยังยืดอายุการใช้งานของคอมเพรสเซอร์ และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาแผงคอยล์ร้อนของเครื่องปรับอากาศอีกด้วย

 

ส่วนประกอบของระบบ EVAPORATIVE PRE-COOLER

Complete Frame

วัสดุที่ใช้ในการทำร่องรางน้ำ และอุปกรณ์ประกอบสำหรับการจับยึดแผ่นซับน้ำได้รับการออกแบบให้กะทัดรัด แข็งแรง มีความง่ายต่อการถอดประกอบซึ่งสามารถเลือกใช้วัสดุได้ตามความเหมาะสมดังนี้

1. พลาสติก  2. อลูมิเนียม  3. สแตนเลศ   4. เหล็กเคลือบสีป้องกันสนิม


 

รูปแบบการออกแบบเครื่องปรับอากาศ ( Chiller)

 

ระบบควบคุม

ระบบควบคุมมีการออกแบบให้ระบบมีการทำงานอัตโนมัติ

1. ควบคุมการจ่ายน้ำด้วยการตรวจวัดค่าความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศ ดังนั้น ที่ความชื้นในอากาศสูง ระบบจึงหยุดทำงานอัตโนมัติ เพื่อการประหยัดพลังงาน

2. ในระบบที่มีเครื่องทำน้ำเย็นหลายเครื่อง บางเครื่องอาจหยุดทำงาน ระบบจะหยุดการจ่ายน้ำเฉพาะเครื่องที่หยุดไปเท่านั้น

3. มีการป้องกันการเสียหายของมอเตอร์ปั๊มน้ำในกรณีที่น้ำในระบบมีน้อย

4.  Bleed-off อัตโนมัติ

 

ระบบกรองน้ำและ Bleed-off

Evaporative Pre-Cooler จะใช้ระบบน้ำหมุนเวียนเพื่อการประหยัดน้ำ โดยมีการออกแบบให้มีการกรองสิ่งสกปรกเพื่อป้องกันการอุดตัน และมีการป้องกันการเกิดตะกรันโดยการระบายน้ำทิ้งอัตโนมัติเพื่อรักษาระดับความเข้มข้นของน้ำ

  • วาล์วน้ำทิ้งจะทำงานเมื่อถึงเวลาที่ตั้งไว้ด้วย วงจรตั้งเวลาและ ระดับน้ำต้องยังมีระดับสูงกว่า LOW
  • วาล์วน้ำทิ้งจะหยุดทำงานเมื่อระดับน้ำ มีระดับต่ำกว่า LOW ขณะเดียวกัน วาล์วปล่อยน้ำเข้าก็จะเปิดน้ำใหม่ เข้าระบบ
  • ขณะที่ น้ำถูกปล่อยและระดับน้ำลดลงเรื่อยๆ จนต่ำกว่า sensor pump ปั้มน้ำก็จะหยุดทำงานดึงน้ำสู่รังผึ้ง จนกว่าน้ำใหม่จะถูกปล่อยเข้ามาในระบบจนเต็มเสียก่อน ปั้มจึงเริ่มทำงานอีกครั้ง


 

ตัวอย่างการตรวจวัดผลก่อนและหลังการปรับปรุง

 

 

 กราฟแสดงค่าพลังไฟฟ้าของ CHILLER No.ACH-3

 

top

รายงานการตรวจวัดประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศ  NHK SPRING (THILAND) CO.,LTD.

การตรวจวัดประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนขนาด 102,000 Btu/h

 

1. ผลการตรวจวัดก่อนเปิดระบบ Evaporative Cooling

การคำนวณหาค่าประสิทธิภาพการใช้งานของเครื่องปรับอากาศตามที่แสดง มีวิธีคำนวณค่า KW/TR ของเครื่องปรับอากาศ ดังต่อไปนี้

 

อุณหภูมิ

( F )
ความชื้นสัมพันธ์

( % )
ค่า Enthalpy ของอากาศ

( Btu/llb. )
ด้านลมกลับ (Return Air)
ด้านจ่ายลม (Supply Air)
เครื่องปรับอากาศขนาด = 102,000 BTU/H
อุณหภูมิอากาศบริเวณคอยล์ร้อน = 29.80   ˚C
อุณหภูมิปรับตั้ง      = 25.00     ˚C
พลังไฟฟ้าที่วัดตรวจได้ (kW)   = 10.98   kW
ปริมาณลมที่จ่าย    = 3,511      cfm
อุณหภูมิด้านลมกลับ (Return Air)  = 24.8 ˚C     76.6   ˚F
อุณหภูมิด้านลมจ่าย (Supply Air) = 17.4 ˚C    63.3  ˚F
หมายเหตุ : ค่า Enthalpy ของอากาศให้หาจาก Psychometric Chart
ความสามารถในการทำความเย็น = 4.50 x cfm x (hR-hS)
= 4.50 x 3,511 x (31.9-26.8)
= 80,577  BTU/H
ค่าพลังไฟฟ้าต่อตันความเย็น = kW actual /TR Actual
= 10.98 / (80,577/12,000)
= 1.57  kW/TR

2. ผลการตรวจวัดขณะเปิดระบบ Evaporative Cooling

การคำนวณหาค่าประสิทธิภาพการใช้งานของเครื่องปรับอากาศตามที่แสดง มีวิธีคำนวณค่า KW/TR ของเครื่องปรับอากาศ ดังต่อไปนี้

 

อุณหภูมิ

( F )
ความชื้นสัมพันธ์

( % )
ค่า Enthalpy ของอากาศ

( Btu/llb. )
ด้านลมกลับ (Return Air)
ด้านจ่ายลม (Supply Air)
เครื่องปรับอากาศขนาด = 102,000 BTU/H
อุณหภูมิอากาศบริเวณคอยล์ร้อน = 29.80   ˚C
อุณหภูมิปรับตั้ง      = 25.00     ˚C
พลังไฟฟ้าที่วัดตรวจได้ (kW)   = 10.48   kW
ปริมาณลมที่จ่าย    = 3,511      cfm
อุณหภูมิด้านลมกลับ (Return Air)  = 24.8 ˚C     76.6   ˚F
อุณหภูมิด้านลมจ่าย (Supply Air) = 16.3 ˚C    61.3  ˚F
หมายเหตุ : ค่า Enthalpy ของอากาศให้หาจาก Psychometric Chart
ความสามารถในการทำความเย็น = 4.50 x cfm x (hR-hS)
= 4.50 x 3,511 x (31.9-25.9)
= 94,797  BTU/H
ค่าพลังไฟฟ้าต่อตันความเย็น = kW actual /TR Actual
= 10.48 / (94,797/12,000)
= 1.28 kW/TR
top

กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอุณหภูมิขณะตรวจวัด

กราฟแสดงความสัมพันธ์ระหว่างการใช้พลังไฟฟ้าขณะตรวจวัด

รูปแสดงการตรวจวัดด้านความเย็น

รูปแสดงการตรวจวัดด้านไฟฟ้า 

สรุปผลการตรวจวัดก่อนและหลังการใช้งานระบบ Evaporative Cooling

จากการตรวจสอบสมรรถนะการทำงานของเครื่องปรับอากาศที่ใช้ ขนาด 102,000 Btu/h   จากการตรวจวัดและวิเคราะห์ประสิทธิภาพ มีค่าพลังไฟฟ้าต่อตันความเย็น 1.57 กิโลวัตต์ต่อตันความเย็น  เมื่อดำเนินการติดตั้งระบบ  Evaporative Cooling เพื่อลดอุณหภูมิอากาศก่อนเข้า Condensing Unite ของเครื่องปรับอากาศ มีประสิทธิภาพ       มีค่าพลังไฟฟ้าต่อตันความเย็น 1.28 กิโลวัตต์ต่อตันความเย็น  จากการวิเคราะห์พบว่าประสิทธิภาพการทำความเย็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.64 มีการใช้พลังไฟฟ้าลดลงร้อยละ 4.55 มีค่าพลังไฟฟ้าต่อตันความเย็นลดลงร้อยละ 18.48

 

 

 

คู่มือการใช้งานนาฬิกา 24.00น., ตั้งเปิด – ปิด 1 ครั้งต่อวัน ( MT380 )

ลักษณะทั่วไป :

  • ใช้ไฟ DC 12 V. 800 มิลลิแอมป์.ขึ้นไป
  • ใช้เป็นนาฬิกาแสดงเวลา 4 หลัก 24 ชั่วโมง
  • มีถ่านแบ็คอัพเมื่อไฟฟ้าดับ
  • ตั้งค่าได้ 2 โปรแกรม คือสามารถตั้งเวลา ให้รีเลย์  ON 1 ครั้ง และตั้งเวลา ให้รีเลย์  OFF 1 ครั้ง ต่อวัน
  • จะเก็บค่าที่ตั้งไว้ใน  IC-EEPROM  จะไม่ลืมแม้ไม่มีไฟเลี้ยง

วิธีตั้งเวลา ON :

1)  กดปุ่ม   ค้างไว้ก่อนกดปุ่ม SET ขณะที่นาฬิกาเดิน จากนั้นหน้าจอจะแสดงค่าเดิมในโปรแกรม และตัวเลขหลักพันจะกระพริบ

2)  กดปุ่ม     เพื่อเปลี่ยนหลัก และกด    ˆ   เพื่อเพิ่มค่า เมื่อได้ค่าเวลาที่ต้องการแล้วก็กดปุ่ม SET เป็นการจบ และไปยังแสดงเวลาปกติ

วิธีตั้งเวลา ON :

1)   กดปุ่ม  ›  ค้างไว้ก่อนกดปุ่ม SET ขณะที่นาฬิกาเดิน จากนั้นหน้าจอจะแสดงค่าเดิมในโปรแกรม และตัวเลขหลักพันจะกระพริบ

2)   กดปุ่ม  ›   เพื่อเปลี่ยนหลัก และกด    ˆ   เพื่อเพิ่มค่า เมื่อได้ค่าเวลาที่ต้องการแล้วก็กดปุ่ม SET เป็นการจบ และไปยังแสดงเวลาปกติ

วิธีตั้งเวลานาฬิกา

กดปุ่ม SET ขณะที่นาฬิกาเดิน จากนั้นตัวเลขหลักพันจะกระพริบ แล้วทำเหมือนการตั้งค่าโปรแกรม เมื่อจบให้กดปุ่ม SET

วิธีตั้งนาฬิกาให้รีเลย์ ON/OFF :

ตามเวลาที่ตั้งไว้โดยอัตโนมัติในทุกๆวันอยู่แล้ว แต่ถ้าต้องการจะให้รีเลย์ ON หรือ OFF ในทันที ทำได้โดยกดปุ่ม SET เหมือนจะตั้งเวลา ถ้าต้องการจะให้รีเลย์ ON ให้กดสวิทช์ 4 ค้างไว้ก่อนกด SET หรือถ้าจะให้รีเลย์ OFF ให้กดปุ่ม SET